Nekomata Vol.66 :: Life in Japan Day 2

posted on 11 Jan 2012 22:38 by aozora24308  in Life
เช้าวันที่สอง วันนี้ตื่นกันแต่เช้าเพื่อที่จะไปอาซะคุสะกัน
พอลงมาจากห้องพักก็เจอสิ่งที่คิดไว้ตอนเดินเข้ามาเช็คอิน ตรงข้ามโรงแรมที่เราพักมีไอ้นี้แหละ......

ใช่แล้ว มันคือสุสานของแท้ไม่ใช่สแตนอิน
เห็นป้ายขื่อยาวเลยกำแพงขึ้นมาถึงกับอะฮึม ตอนนั้นคิดในใจว่า ถ้าE.さんมาด้วยสงสัยงานจะเข้า 555
จากนั้นก็เดินไปหาอะไรทางกันรองท้อง เนื่องจากวันนี้เป็นวันที่สองและลมหนาวพัดแรงมา
ก็เลยคุยกับซิว(เพื่อนพี่กิ๊ก)ว่าจะไปหาอะไรอุ่นๆกินกัน สุดท้ายก็ตกลงปลงใจกันที่ร้านอุด้งแถวๆนั้น
มื้อแรกของวันนี้เป็นคิซึเนะอุด้งค่า ก่อนมาญีปุ่่นเห็นในการ์ตูนบ่อยๆเต้าหู้ที่จิ้งจอกชอบกิน
ก็เลยคิดมาตลอดว่ารสชาติจะเป็นยังไงน้า และวันนี้ก็ได้ชิมแล้วค่า
รสชาติผิดกับที่คิดไว้ว่ามันน่าจะเค็มๆหน่อย แต่มันกลับหวานแหละ กินไปก็เพลินดี
หลังจากที่อิมหมีพลีมันกันไปแ้ลว ก็มุ่งหน้าสู่อาสะคุสะกันค่าา
แต่ยังไม่ทันจะได้ไปไหน พอลงมาที่สถานีก็เจอหนุ่มคนนี้มายืนต้อนรับอีกแล้ว
เจอกันบ่อยแบบนี้สงสัยเราจะเป็นเนื้องอก เอ๊ย!! เนื้อคู่ซึ่งกันและกัน
หลังจากนั้นพอขึ้นรถไฟปุ๊ป ก็ปิดสวิชปั๊ป หลับเป็นตายกันทุกคนเลยค่าาา
พอฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกที ทุกคนในโบกี้ก็ลงไปกันหมดแล้วอะ พร้อมกับถึงปลายทาง สถานีอาสาคุสะ
และแล้วเราก็เดินทางมาถึงคามินาริมงอันเลื่องชื่อกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วจ้า
ก็จัดการชักภาพกันเป็นการใหญ่ พอมาถึงที่คามินาริมง นึกว่าอยู่ประเทศไทย ฮ่าๆ
บังเอิญมีทัวร์ไทยมาลงพอดี เลยได้ยินคนใหญ่คุยกันใหญ่เลย
หลังจากเดินผ่านคามินาริมงเข้ามาก็เจอกับร้านรวงต่างๆมากมาย ที่ตั้งดักเราไม่ให้เดินไปถึงตัววัดง่ายๆ
หนึ่งในร้านที่ตั้งอยู่มีร้านขายของแบบนี้ด้วยแหละคะ
ท่าทางของในร้านจะศักดิ์สิทธิ์เรื่องเงินทองน่าดูเลยทีเดียว
หลังจากที่เดินชมร้านซื้อของฝากเล้กๆน้อยๆไปเรื่อยๆ ที่ปลายทางก็มีร้านขายอาเกะมันจูชื่อดังอยู่
เห็นคนต่อแถวเลยแบบนี้พลาดไม่ได้ ต้องขอแจมด้วยคนค๊า 
อาเกะมันจูคือขนมมันจูที่นำไปชุกแป้งแล้วทอดกรอบๆค่า
ไส้ที่เราซื้อมาคือไส้ถั่วบดโรยงาธรรมดา 120 เยน กัดไปแล้วอร่อยดีปลื้มเจ้าค่าปลื้ม
ยิ่งทอดร้อนๆกรอบๆ กินตอนหนาวลมแรงแบบนี้กำลังดีเลย เห็นซิวซื้อรสชาเขียวมา
แต่โดยส่วนตัวไม่ชอบกินขนมที่ผสมชาเขียวอยู่เลยขอผ่านเจ้าคะ
หลังจากที่เข้าไปไหว้พระที่อาสะคุสะเสร็จแล้วก็เดินทางไปที่อาโอยามะกันต่อ
ระหว่างทางที่เดินกลับไปที่สถานที่ก็ผ่านร้านขายร่มร้านนึง น่าสนใจมว๊ากกกกกกกก
มันคือร่มที่ถ้าโดนน้ำแล้วจะมีลายออกมา   มีทั้งดอกซากุระ ลายจุด และตา่งๆอีกมากมาย น่ารักอะ
นี้ถ้าไม่ติดว่าต้องมีที่ไว้แบกของคอน ก็จะสอยมาใช้สักคัน เอิ๊กๆ
พอไปถึงอาโอยาม่าคนก็เดินกันไปหนอน สมเป็นแหล่งช๊อปของถูกจริงๆ ฮ่าๆๆ
ร้านที่สามารถเรียกเงินจากกระเป๋าเราไปได้ร้านแรกคือ ร้านขายช็อคโกแล็ตพันเยน
เป็นร้านที่จะยัดช็อคโกแล็ตมากมายลงมาในถุงจนเต็มม ช็อคโกแล็ตที่ได้มาก็ถือว่าเป็นของดีอยู่ค่า
แต่ที่น่าสงสารคือ ท๊อปอโลนที่ได้มามีเขียนไว้ตรงที่เปิดว่า "น้ำหนักสุทธิ 100 กรัม"
หลังจากนั้นก็เดินต่อไปเรื่อยๆจนท้องร้องกันแต่ละคน ฮ่าๆๆ ร้านที่เป็นเป้าหมายต่อไปก็คือ
ร้านซูชิเวียนจ้าาา
ทุกจาน 130 เยน ปลื้มเจ้าค่าปลื้ม ซูชิที่ได้มาก็คุณภาพเลย ไข่เป็นไข่ ปลาเป็นปลา
กินแล้วปลื้มมมมม ด้วยขนาดที่ใหญ่และเยอะของร้านนี้ กินไปประมาณแปดจานก็ยกธงขาวจ้า
หลังจากกินข้าวกันเสร็จพวกพี่ปอก็จะไปต่อกันที่โตเกียวทาวเวอร์
แต่ด้วยความที่เรานั้นมีเป้าหมายอยู่ที่อิเคะ ตอนนั้นก็ประมาณบ่ายสามโมงได้แล้ว
กลัวร้านอนิเมะที่อิเคะปิดเลยขอแยกตัวออกมาเดินอิเคะคนเดียว และนัดกันตอนหกโมงเย็น อิอิ
 
หลังจากที่มาถึงสถานีอิเคะบุคุโระเป็นที่เรียบร้อย เราก็เดินมาถามทางถนนซันไชน์
เพื่อที่จะหาทางไปร้าน Stella ตอนที่เดินอยู่นั้นก็เจอป้ายโฆษนาหนังไคบุทซึคุงที่อิเคะเทียเตอร์ด้วย
หลังจากที่ชักภาพเสร็จแล้วก็เดินหาร้านสเตล่าต่อ ปรากฏว่า...........
 
หาไม่เจอค่า เดินวนอยู่แถวตึกโตคิวแฮนส์กับตึกเซก้าอยู่พักใหญ่
สุดท้ายเลยต้องถามทางจากคนแถวนั้น แล้วก็ไปเจอคุณป้าใจดีสองท่าน ที่พาเราเดินหาจนเจอ
ขอบคุณ คุณป้ามากจริงๆคะ ไม่งั้นหนูคงหาร้ายไปเจอเป็นแน่แต๊
ร้านสเตล่าตั้งอยู่ที่ชั้นสาม ตอนแรกจะขึ้นลิฟท์ไป แต่ลิฟท์เต็มก็เลยเดินขึ้นเอาคะ
พอเดินขึ้นไปเจ้าร้านผิดด้วย ไปเข้าร้านขายการ์ตูนวายข้างๆ ก็ว่าทำไมสเตล่าแปลกไป
พอเดินวนรอบนึงออกมาถึงได้รู้ว่าผิดร้าน กร๊ากกกก
ที่หน้าร้านสเตล่ามีโปสอุตะพริ้นพร้อมลายเซนต์แปะอยู่อันเบอเริ่ม
พร้อมกับที่พื้นก็มีแปะโฆษนาของสุตาสุกะอาฟเตอร์วินเทอร์อยู่ด้วย
จริงๆข้างๆกันนี้ก็เป็นรูปชิกิคุงเกี่ยวพร้อมลายเซนต์ แต่ตอนที่กำลังจะถ่ายเหลือไปป้ายติดห้ามถ่ายรูป
ก็เลยต้องเก็บกล้องทันที ฮ่าาาา (ความสำนึกผิดมันพุ่งขึ้นมาทันที)
ในร้านก็มีของโอโตเมทขายเยอะแยะมากมาย โปสเตอร์พร้อมลายเซ็นของอุตะพริ้นและสุตาสุกะก็มีอยู่เยอะ
ที่สำคัญมีโดของอุตะพริ้นเยอะแยะเลย คิดว่าถ้า M.さんมาด้วยกัน ต้องมีตายกันไปข้าง กร๊ากก
หลังจากทำธุระที่สเตล่าเสร็จแล้วก็มุ่งหน้าต่อไปยังเป้าหมายหลัก โอโตเมะโร้ด จ้า
ตัดสินใจว่าจะไล่เดินมากมังดาราเกะขึ้นมา ระหว่างทางก้เดินผ่านร้านอนิเมทที่ดูดเงินเราไป กร๊าก
หลังจากนั้นเดินผ่านอนิเมทมาไม่ไกลก็เจอมังดาราเกะแล้วจ้า
มังดาราเกะคราวนี้หาเจอได้ไม่ยาก เนื่องจากป้ายที่แปะอยู่หน้าร้านคือป้ายโฆษนาสลากของสุตาสุกะนั่นเอง
ตอนแรกว่าจะเข้าไปซื้อดราม่าซีดีในมังดาราเกะ แต่ขนะที่กำลังจะเดินไปจ่ายเงิน
ตาก็ดันหันไปเห็นเซอร์เคิลโดจินของอาราชิพอดี การ์ตงการ์ตูนเป็นอันต้องพับเก็บ
ไปยินเลือกโดโชจุนแทน แอร๊ยยยยยยยยยยยยยย
หลังจากที่ยืนเลือกอยู่พักใหญ่ก็จต้องเดินออกจากโซนเพื่อไปจายเงินสักที ฮ่าๆๆ
และแล้วมังดาราเกะก็สูบเงินออกจากกระเป๋าเราไปได้เกือบ 6 พันเยน
จากนั้นก็เดินตัวเบากระเป๋าเบาอกมาจากมังดาราเกะ พอเดินออกมาก็ตกใจเพระาฟ้ามืดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ก็รีบเดินไปที่ตึกซันไชน์เพื่อหาโทรศัพท์โทรหาพี่ปอ หลังจากรออยู่สักพัก เราก็ได้มาเจอกัน โอ้วเย
หลังจากที่เจอกัน ต่างคนก็ต่างหิวโซ แต่ซิวอยากลองกินชาไข่มุกแถมที่ร้านชาไข่มุกก็มเครปขายก็เลยไปซื้อกัน
เครปแรกที่ญี่ปุ่น อิอิ จริงๆแล้วเป็นคนไม่ค่อยกินสตอเบอร์รี่เท่าไหร่ แต่มันเป็นของขึ้นชื่อญีปุ่นจะพลาดได้ไงล๊า
หลังจากซื้อเครปเสร็จพี่ปอนั้นต้องไปเอาของจากเพื่อนพี่ปอก่อน
ก็เลยแยกย้ายกันตรงนี้แล้วไปเจอกันที๋โรงแรมแทน ส่วนเราสามคนก็ไปหาข้าวเ็ย็นกินกันที่ร้านมัตซึยะ
กินเสร็จก็ดิ่งกลับห้องโล้ดจ้าาา กลับไปถึงก็ขอแช่เท้าก่อนเลย เพระาเมื่อยไม่ไหวอย่างแรง
อยากจะตัดแล้วเปลี่ยนท่อนล่างใหม่ 5555 พักนึงพี่ปอก็กลับมา
แล้วก็เตรียมเก็บกระเป๋าสำหรับการเดินทางวันพรุ่งนี้จ้าาา
 

Nekomata Vol.65 :: Life in Japan Day 1

posted on 09 Jan 2012 20:44 by aozora24308  in Life
เมื่อวันหยุดยาวช่วงปีใหม่ไปญีปุ่่นมาคะ
จริงๆแล้วมีภารกิจที่ทำให้ต้องไปหลังปีใหม่ แต่ไหนก็จะหยุดปีใหม่แล้ว
ก็เลยตัดสินใจบินก่อนปีใหม่มันซะเลย
 
เครื่องออกตอนตี 2 ของวันที่ 28 ก็เลยต้องไปนอนตีพุงตุ้งแช่อยู่ที่หอของ K.さん ก่อน
หลังจากนั้นสองศรีพี่น้องก็บึ่งออกจากหอ K.さん ไปขึ้นแอร์พอร์ทลิงค์ตอนเวลาสามทุ่มกว่าๆ
จริงๆแล้วทริปนี้ไปทั้งหมดสามคนคะ แต่อีกคนบินไปก่อนวันนึงเพราะต้องไปอีเวนทืสำคัญของไดอิจิ อิอิ
แอร์พอร์ทลิงค์ตอนสามทุ่มนี้ไร้ซึ่งผู้คนโดยสิ้นเชิง 555
 
พอไปถึงสนามก็รีบเดินเข้าไปที่เคาท์เตอร์ แต่พอเดินไปถึงปรากฏว่า เครื่องดีเลย์
อัยย๊ะ ยังไม่ทันจะได้ไปไหน เครื่องก็ดีเลย์ซะแล้ว เวรกรรมจริงๆ
หลังจากที่หลับรอเวลาขึ้นเครื่อง(ตอนตีสองกว่าๆ) แอร์ก็เดินนำอาหารมาเสิร์ฟ
แม้มันจะตีสองกว่าแล้วแต่น้องก็บ่ยั้นคร๊า กร๊ากกกกกกก
อาหารมื้อนี้อร่อยดี ปลื้มอยู่ อิอิ จริงๆแล้วสั่งออมเล็ตไป
แต่สงสัยเค้าฟังผิดเลยให้ไอ้นี้มา แต่อร่อยเลยให้อภัย ฮาาา
ขนมหวานน่าจะเป็นขนมกะทิสาคูบ้านเรา แต่เอาไปแช่เย็นหรืออะไรสักอย่างให้มันเป็นรูปแบบนั้น
โดยส่วนตัว ชอบสาคูใส่น้ำกะทิที่กินกันในบ้านเรามากกว่า อะหงึกอะหงึก
แต่ครัวซองค์ทาแยมสตอเบอร์รี่อร่อยสุดย๊อดดด
หลังจากกินเสร็จก็ปิดสวิชนอนทั้นทีเลย เข้าคอนเซ็ปกินแล้วนอนพักผ่อนกายามากๆ 55
ตื่นมาอีกทีก็อยู่เหนือท้องฟ้าของเซี้ยงไฮแล้วค่า
หลังจากที่เครื่องลงจอดก็ต้องรีบบึ่งไปที่ตม. ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเรามาทรานเฟอร์แต๊ๆ
แต่ทำไมต้องให้ตอกตม.ออกไปแล้วก็ไปเดินกลับเข้าตม.ใหม่
ระหว่างทางทีเ่ดินกลับไปเข้าตม.ก็เจอต้นคริสมาสที่จัดไว้ที่สนามบิน
เห็นแล้วน่าร๊ากกกกกมากจนอดใจไม่ไห ต้องชักภาพกลับมาสักหน่อย
จะเข้าไปถ่ายคู่ก็เกรงใจคนจีนที่นั่งกินข้าวอยู่ด้านหลัง ฮ่าๆๆๆ
หลังจากที่ตรวจร่างกายผ่านตม.เสร็จแล้ว พอเดินไปถึงเก็ทเค้าก็เปิดให้ขึ้นเครื่องพอดี
ในเครื่องเริ่มได้กลิ่นอายญีปุ่่นแล้ว เพราะคนขึ้นมาเป็นคนญีปุ่่นซะส่วนใหญ่ อ๊า....ปลื้ม
เครื่องบินที่นั่งไปญีปุ่่นก็ใหญ่กว่าตอนที่นั่งมาเซี้ยงไฮอีก เป็นปลื้ม อิอิ
แต่เสียอย่างเดียว อาหารบนเครื่องมัน.............ไม่อร่อยอะ
ปกติเป็นคนกินอาหารบนเครื่องหมด แต่อันนี้กินไม่ไหวจริงๆ ถึงกับต้องยกให้พี่ไป อะฮือ
พอกินเสร็จก็ปิดสวิชอีกรอบ เซฟพลังงานกันสุดๆ ฮ่าๆๆๆ แต่รอบนี้นอนได้ไม่นานเท่าไหร่
เพราะบินจากเซี้ยงไฮไปนาริตะใช่เวลาประมษณสองชม.กว่าๆเอง
หลังจากนั้นไม่นานเครื่องก็แลนด์ดิ้งสู่นาริตะเป็นที่เรียบร้อยและปลอดภัยเจ้าค่าา
พอเดินลงไปที่สถานีรถไฟ ก็เจอหนุ่มคนนี้ออกมาต้อนรับเป็นคนแรกเลย อะฮิ
พอลงไปถึงสถานี ก็ไปซื้อ Suica Card มาไว้ใช้กับรถไฟสายเจอาร์ในโตเกียว
จะได้ไม่ต้องไปต่อแถวซื้อตั๋วบ่อยๆ บัตรนี้สามารถแลกคืนได้เป็นเงินห้าร้อยเยน
แต่มันมีข้อเสียอย่างนึงคือ ซื้อที่ไหนต้องคืนที่นั่น.....ซื้อที่โตเกียวต้องคืนที่โตเกียว คืนที่โอซาก้าไม่ไ่ด้ TT
จากนั้นก็นั่งรถไฟจากนาริตะไปที่โยโกฮาม่า เพราะนัดพี่กิ๊กเอาไว้พี่นั่น แล้วก็พี่ปอนัดเพื่อนๆไว้อีกด้วย
พอไปถึงโยโกฮาม่าก็เริ่มเย็นแล้ว อากาศที่หนาวอยู่แล้วก็ยิ่งหนาวขึ้นไปอีก 
บวกกับลมที่พัดกระหน่ำมาอย่างรุนแรง หน้านี้ชาเหมือนโดนคนตบเลย ฮ่าา
หลังจากที่เจอกับพี่กิ๊กและเพื่อนพี่กิ๊กแล้ว ก็รอเวลาที่อาจารย์กับเพื่อนของพี่ปอเลิกงาน
เฮาๆทั้งสี่ก็เลยไปเดินแอ่วแถวไชน่าทาว์นกันก่อน
พอมาถึงที่ไชน่าทาว์น ก็พบกับร้านขายนิคุมังและเกาลัดมากมาย แต่ที่เด่นกว่านั้นคือ
ร้านนิคุมังทุกร้าน ฉายรายการทีวีที่โอซามุมาทำรายการที่นี้!!!
ฉายจนไม่รู้ว่าตกลงโอซามุมากินร้านไหน เพราะทุกร้านดันเปิดรายการเดียวกันหมด 5555
แต่นิคุมังของที่นี้ทั้งถูกแล้วก็อร่อยสมคำร่ำลือ ลูกก็ใหญ่แต่ 500 เยนเอง
อยากจะซื้อไปกินอีกหลายลูก แต่ติดที่ว่าเดี๋ยวต้องไปกินข้าวกันอยู่ดี
ลาก่อนนะนิคุมังจ๋า แล้วชั้นจะมากินเธอใหม่~~~
หลังจากที่เดินไซน่าทวาน์กันเสร็จแล้ว ก็เคลื่อนย้ายกันกลับไปที่สถานีโยโกฮาม่า
พอไปถึงก้โดนอาจารย์ของพี่ปอทักผิดว่าเป็นพี่ปอ 55 เค้าบอกว่าเหมือนกันม๊ากกกกกก
(อะไรเราออกจะน่ารักก่า ชริ // สะบัดบ๊อบ)
ก็ว่าตอนเดินออกมาจากสถานีมีใคกร็ไม่รู้มาทัก พอหันกลับไปก็ทำหน้างงใส่กัน กร๊ากกก
หลังจากที่พบปะกับเซนเซย์เสร็จแล้ว ทั้งหมดก็อพยพย้ายถิ่นกันไปกินโอโคโนะมิยากิกัน
ไม่กล้าถ่ายรูปตอนทำมา เพราะว่าไม่ได้ทำกันนาน ฝีมือเลยตกลงไป(เยอะ)
นั่งกินไปสักพักก็มีกลุ่มนร.ชายมานั่งที่โต๊ะข้างๆ
ไอ้คนทำนี้สงสัยเป็นลูกเจ้าของร้านโอโคโนะ ทำให้กลมแต่ดูดีอย่างกับมือโปร
พอหันมาดูโต๊ะตัวเอง.......รีบกำจัดหลักฐานด่วนค่า รอก่อนนะ ไว้จะกลับมาแก้มือทีหลัง 55
หลังจากที่กินเสร็จทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไป พวกเราสี่คนก็เดินไปขึ้นเจอาร์ที่สถานีชิโอโดเมะ(ใช่มะ)
เพื่อที่จะนั่งกลับไปเอากระเป๋า และกลับไปเช็คอินโรงแรมที่ชินจุกุกัน
และแล้ววันแรกก็หมดไปแล้วเจอกันใหม่เอนทรี่หน้าค่า
 
 

Nekomata Vol.64 :: S☆S 3rd Anniversary!!

posted on 12 Dec 2011 20:36 by aozora24308  in Otome
สวัสดีค่าทุกคนนน
 
ช่วงนี้กลับมาเตรียมตัวจะหายหน้าไปพักใหญ่อีกแล้วละคะ
สาเหตุไม่ใช่อะไร เนื่องจากมหาลัยเปิดเทอมแล้วนั่นเอง.....
สองอาทิตย์ที่ผ่านมาเหมือนนรกเลย เปิดเทอมวันแรกก็โดนพรีเซนต์ไปแล้วสามงาน กริ๊สสส
ใช่แล้วคะ เราเปิดเทอมมาแล้วสองอาทิตย์ในขณะที่มหาลัยอื่นๆจะเปิดกันวันพรุ่งนี้
แถมช่วงนี้ยังอากาศดี เหมาะแก่การนอนที่สุด แม้ในวันวันรัฐธรรมนูญแบบนี้ก็ต้องไปมหาลัย....
นอกจากนั้นยังไม่พอ ยังเลื่อนเวลาเรียนจาก 9 โมงมาเป็น 8 โมงครึ่งให้สะท้านใจเล่นอีก
ทุกวันนี้ต้องรีบตื่นเป็นผีระเห็จออกจากบ้านก่อนหกโมงครึ่งทุกวันเลย กระซิก กระซิก
เทอมนี้เลยมีเพื่อนๆย้ายเข้าไปอยู่หอแถวมหาลัยเยอะขึ้นเป็นเข้าตัวเลย
ส่วนตัวเราเองชอบอยู่บ้านมากกว่า ชิคอะไลค์กว่าเยอะ()
ถึงจะเหนื่อยแต่การหลับในรถคือหน้าที่ประจำ กร๊ากกกกกก
 
วันนี้หลังจากที่สะสางงาน กับพรีเซนต์เสร็จแล้วก็เห็นอัพเดทแจ้งว่าเว็ปสุตาสุกะเปลี่ยนโฉม
พอเข้าไปดูก็แทบกริ๊ดเลยค่าา มันงามม๊าาาาก ดูง่าย น่ารักสดใสกว่าแบบเก่าเยอะเลย
(อุ้ย เค้าไม่ได้จงใจแคปหน้ามิยัจีจ้นะ แต่มันขึ้นมาพอดี อะฮิ)
 
หน้าแนะนำตัวละครก็ปรับปรุงทำให้น่ารัก แหล่มขึ้นกว่าของเก่าเยอะเลย
 
นอกจากนั้นวันนี้ยังเป็นวันครบรอบ 3 ของ Starry Sky อีกด้วยเจ้าค่า
บอกตามตรงไม่รู้สึกตัวเลยวามสามปีมาแล้วกับเกมซีรีย์นี้ เวลาแต่ละปีมันช่างผ่านไปเร็วจังเลยน้า
ฮันนี้บีเลยเปิดเพจฉลองตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 12 เดือนหน้าเลยค่า
ข้างในก็มีไอคอนกับบีจีของทวิตเตอร์เป็นของขวัญให้แก่แฟนๆ
อย่าช้า!!! รีบกดเข้าไปเซฟโล้ดจ้า >>Starry☆Sky PORTAL ~3rd Anniversary~
 
นอกจากนี้ Computer SutaSuka ก็อัพเดทลายเพิ่มด้วย
ข่าวนี้ตอนแรกที่เห็นยอมรับเลยว่าตกใจมาก ถึงกับอยากจะวิ่งข้ามสะพานแม่น้ำแคว()
แล้วไปตะโกนว่า "พี่มันนี้บีคิดอะไรอยู่ค๊าาาาาาาา"
โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าคอมไม่ใช่อะไรที่จะมาซื้อขายกันในตลอดโอโตเมะ(อ๊ะ หรือเราคิดผิดหว่า? ฮ่า)
แม้ว่าจะมีของแถมเป็นสติ๊กเกอร์รูปหนุ่มๆติดก็ตามเถิดดดดดด
(เคยคิดเหมือนกันว่าถ้าซื้อมาแล้วคงไม่กล้าติด กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก)
แม้ตัวคอมจะเป็นเครื่องเล่นบลูเรย์ก็ตามเถิด แต่จริงๆแล้วกว่าจะซื้อพวกคอมสักเครื่องเนี่้ย
เราเองก็ใช้เวลาเลือกอยู่สามสี่เดือนเลยเหมือนกัน กว่าจะตัดสินใจซื้อสักเครื่องนึง
แต่เห็นลายซัมเมอร์ของพี่บีแบบนี้แล้ว อยากจะกดออร์เดอร์ทันที กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ทำไมมันถึงได้น่ารักโม้เอ้ เมจจะคาวาอิ๊แบบนี้ละค๊าาาาาาาาาาาาาา
ออกมาเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่คอมจะได้ม๊ายยยยยยยย (ลงไปดีดดิ้น)
 
แถมวันนี้ฮันนี่บีก็อัพเดทข้อมูล Sub Character ของภาค After Winter แล้วละค่า
เปิดมาตกใจน้ำแทบพุ่งใส่คอม 555
ก็ฮันนี่บีเล่นเอาตัวละครภาคซัมเมอร์มาเป็นซับคาแรกเตอร์แบบนี้ ไม่ให้ตกใจได้ไง!!!
ด้วยความที่ไม่เชื่อ ยังอุตส่าห์ลงทุนเปิดเข้าไปดูอีก กลัวตัวเองตาฝากอ่านชื่อผิด 5555
พอเปิดเข้าไปดูก็ชัดเลยคะ เอามาเป็นซับคาแร็กเตอร์จริงๆด้วย
เห็นแล้วน้ำตาริน ไม่นึกว่าฮันนี่บีจะมาไม้นี้ มีมิบัจจี้แบบนี้มันก็ต้องซื้อสิเจ้าคะ!!(ไฟลุกโชติช่วง)
ยังดีว่าฮันนี่บีเลื่อนภาคนี้ไปออกเดือนสี่ ยังมีเวลาให้เก็บตังอีกเยอะ ฮือออออ
แต่ตอนนี้ก็ยังสงสัยอยู่เลย ปกติแล้วภาคอื่นๆที่ผ่านมาเราจะสามารถจบกับซับคาแร็กเตอร์ได้
แต่ภาคนี้ดันเอาสี่หนุ่มสี่มุมของซัมเมอร์มา แล้วฮันนี่บีจะทำให้จบได้เหมือนกันรึเปล่านะ?
ของแบบนี้ก็เหลือแต่ต้องรอลุ้นตอนที่เกมออกแล้วสินะ อะฮิ
 
พอนึกไปว่านี้จะเป็นภาคสุดท้ายแล้วก็เหงาเหมือนกันแฮะ ทุกวันนี้ก็คุยกันเล่นๆกับพีเ่อ็มว่า
ไหนๆก็ออกมาหลายภาคแบบนี้แล้ว ปิดท้ายด้วยภาครวมทุกตัวละครไปเลย!!!! กร๊ากกกก
รับรองงง ยอดขายพุ่งแน่นอนนนนนน แต่ท่ามีจริงๆคงจะต้องใช้เวลาสักสี่วันในการเก็บซีจี
เผลอๆซัดเป็นอาทิตยืไม่ก็เป็นเดือนแน่ๆ XDDDD
แต่น่าเล่นดีออก เกมฮาเร็มหนุ่มสิบสามชีวิตไม่รวมซับคาแร็กเตอร์
มันจะต้องเป็นเกมที่กินขนาดแผ่นดีวีดีแน่นอน 55555
แต่แค่คิดก็มีความสุขแล้ววว จะลงภาคเดียวไม่ยอมลบออกจากคอมเลย ค้างเติ่งไว้แบบนั้น ฮ่าๆ
 
 
 
To いとえจัง
นั่นสิคะ เพื่อนยังบอกอยู่เลยว่าตอนที่เห็นครั้งแรกนึกว่าเซบาสเตียนซะอีก XDDD
เรื่องนี้ภาษษไทยชื่อว่า "ขวัญใจพ่อบ้านมาดเข้ม" คะ
ซื้อมาอ่านเพราะนึกว่าเป็นเรื่องคุณพ่อบ้านของเมย์จัง (หลังจากนั้นก็ติดงอมแงม XDDD)