[Tran]Hiiragi - Ima, Kono toki

posted on 09 Feb 2012 23:25 by aozora24308  in AniGame  directory Cartoon, Knowledge
ช่วงนี้หลังจากที่สอบมิดเทอมไป ก็ไม่มีเวลามาอัพไดต่อเลยค่ะ
ทั้งการบ้าน รายงาน โปรเจค บลาๆๆๆ ต่างก็เข้ามาไม่หยุดไม่หย่อนเลย
ร่วมๆแล้วอาทิตย์นี้นอนประมาณ 4-5 ชม.ตลอดเลยคะ
วันนี้ก็เป็นวันแรกที่ไม่มีการบ้าน ก็เลยขออู้การทำโปรเจคหน่อน ฮิฮิ
 
ช่วงนี้ติดฟังเพลง Ima, Kono toki ที่ประกอบอนิเมะนัตซึเมะมากๆเลย
จริงๆชอบตั้งแต่ตอนเก็นพีวีแล้ว จิบินัทจังโมเอ้มว๊ากกกก
ยิ่งตอนที่นั่งกอดเนียงโกะเซนเซย์แล้วยิ่งโมเอ้เข้าไปใหญ่
หลังจากที่ดูมาหกตอนก็รู้สึกได้ว่าเนียงโกะเซนเซย์นั้น พองขึ้น พองขึ้นทุกตอน กร๊ากกก
(กินดีอยูดีก็แบบนี้แหละนะอาจารย์ )
ช่วงที่ผ่านก็มีหลุดเพลงเต็มๆและพีวีของ Ima, Kono toki หลุดออกมาเป็นที่เรียบร้อย
หลังจากที่ฟังเพลงเต็มแล้วก็รู้สึกได้เลยว่า "เพลงนี้มันแต่งมาเพื่อนัทจัง!!" // กัดผ้า
เป็นเพลงที่รู้สึกเหมือนกับว่าแต่งมาจากชีวิตของนัทจังเลยคะ
ก็เลยหยิบเอามาแปลซะเลย แหะๆ เนื้อเพลงอาจจะไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่
เพราะฟังไปแกะไป แถมบางท่อนก็แปลออกมางงๆ ฮ่าาา
ยังไงถ้าแปลผิดตรงไหนก็รบกวนแจ้งได้เลยนะก๊า เค้าจะได้ปรับปรุงต่อไป
 
 
今、このとき。

今ときを生きる 君にこの唄を贈ろう
したばかり向いてる
今の 君に。。。
Ima toki wo ikiru Kimi ni kono uta wo okurou
Shita bakari muiteru
Ima no kimi ni
ตอนนี้ผมจะขอมอบเพลงให้เธอที่ยังมีชีวิตอยู่
เพียงแค่ทำแล้วมุ่งไป
ยังเธอในตอนนี้.....

君がどうして泣いているのか 僕には何も分からない
無力な僕は君に 一体何してやれるの
Kimi ga doushite naiteiru noka Boku ni wa nani mo wakaranai
Muryoku na boku wa kimi ni Ittai nani shiteyareru no
ผมนั้นไม่เข้าใจอะไรเลยว่า ทำไมเธอถึงร้องไห้ได้ร้องไห้อยู่นะ
ผมที่เชื่องช้านั้น จะสามารถทำอะไรให้กับเธอได้บ้างนะ

僕は君じゃないから 君の気持ちなんて分からない
「分かるよ」なんて言葉 軽々しく口にできない
Boku wa kimi janai kata Kimi no kimochi nante wakaranai
"Wakaru yo" nante kotoba karugarushiku kuchi ni dekinai
เพราะผมนั้นไม่ใช่เธอ ก็เลยไม่เข้าใจความรู้สึกของเธอเลย
“เข้าใจแล้ว” อะไรนั่นจะให้พูดออกไปง่ายๆไม่ได้หรอก

だから教えて 君が苦しむわけを
僕に出来る精一杯のことを
君にしてあげたいから
Dakara oshiete Kimi ga kurushimu wake wo
Boku ni dekiru seippai no koto wo
Kimi ni shite agetai kara
เพราะฉะนั้นบอกผมที ถึงเหตุผลที่ทำให้เธอเจ็บปวด
ผมนั้นจะทำเพื่อเธอ อย่างสุดความสามารถ

今、ときを生きる君にこの歌を贈ろう
精一杯生きる君にこの歌を贈ろう
時には涙を流してもいいさ
だけど 明日は笑顔で行こうよ
Ima, toki wo ikiru kimi ni kono uta wo okurou
Seippai ikiru kimi ni kono uta wo okurou
Tokiniwa namida wo nagashite mo ii sa
Dakedo Ashita wa egao de ikou yo
ตอนนี้ ผมจะขอมอบเพลงนี้ให้กับเธอที่ยังมีชีวิตอยู่
ขอมอบเพลงนี้ให้กับเธอที่พยายามใช้ชีวิตอย่างเต็มที่
บางครั้งก็ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาบ้างก็ได้
แต่ว่า จะต้องก้าวไปสู่วันพรุ่งนี้ด้วยรอยยิ้มนะ

いつも頑張る君だから 本当頑張りすぎる君だから
もう頑張らなくていい たまにはずるだってすればいい
Itsumo ganbaru kimi dakara Hontou ganbari sugiru kimi dakara
Mou ganbaranakute ii Tamaniwa zuru datte surebaii
เพราะว่าเป็นเธอที่พยายามตลอดเวลา เพราะว่าเป็นเธอที่พยายามมากเกินไป
ไม่ต้องพยายามแล้วก็ได้ บางครั้งก็ขี้โกงบ้างก็ไม่เป็นไร

不器用にしか生きられない そんな君の生き方が好きさ
笑ったときのその目が 僕は本当に好きだよ
Bukiyou ni shika ikirarenai Sonna kimi no ikikata ga suki sa
Waratta toki no sono me ga Boku wa hontouni sukida yo Dakara
เธอแค่ใช้ชีวิตไม่ชำนาญเท่านั้น แต่ว่าผมชอบการใช้ชีวิตของเธอแบบนั้นนะ
ตาของเธอเวลาหัวเราะ ผมชอบตาแบบนั้นมากเลย

だから そんなに自分を責めはしないで
ときに人は誰かを頼り生きて成長することもある
Sonna ni jibun wo seme wa shinai de
Tokini hito wa dareka wo tayori ikite seichousuru koto mo aru 
เพราะฉะนั้น อย่าโทษตัวเองแบบนั้นเลย
บางครั้งคนเราเองก็พึ่งพาคนอื่นในการใช้ชีวิตเหมือนกัน

今、ときを生きる君にこの歌を贈ろう
傷だらけの君に この歌を贈ろう
苦しいことから 逃げてもいいさ
また新たに 君が闘えるなら
Ima, toki wo ikiru kimi ni kono uta wo okurou
Kizu darake no kimi ni Kono uta wo okurou
Kurushii koto kara Nigetemo ii sa
Mata arata ni Kimi ga tatakaeru nara
ตอนนี้ ผมจะขอมอบเพลงนี้ให้กับเธอที่ยังมีชีวิตอยู่
ขอมอบเพลงให้เธอที่เต็มไปด้วยบาดแผล
จะหนีจากเรื่องที่เจ็บปวดบ้างก็ไม่เป็นไร
ถ้าเธอนั้นจะสามารถลุกขึ้นต่อสู้ใหม่อีกครั้ง

やなことばかりだけど
だからこそ君は小さないい事にも
気づけるんじゃないのかな
Yana koto bakari dakedo
Dakara koso kimi wa chiisa na ii koto nimo
Kidukerun janai no kana
มันก็แค่เพียงเรื่องที่ไม่ชอบ
เพราะฉะนั้นเรื่องดีๆเล็กน้อยนี่
เธอจะรับรู้หรือไม่นะ

今、ときを生きる君にこの歌を贈ろう
笑うことさえ忘れな 君にこの歌を贈ろう
今日までこんなに苦しんだから
明日からは楽しく過ごせるよきっと
Ima,toki wo ikiru kimi ni kono uta okurou
Warau koto sae wasurena Kimi ni kono uta wo okurou
Kyou made konnani kurushin dakara
Ashita kara wa tanoshiku sugoseru yo kitto
ตอนนี้ ผมจะขอมอบเพลงนี้ให้กับเธอที่ยังมีชีวิตอยู่
จะขอมอบเพลงให้เธอที่ลืมแม้แต่การหัวเราะ
กว่าจะถึงวันนี้เธอนั้นเจ็บปวดมาตั้งมากมาย
เพราะฉะนั้นตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป จะต้องมีเรื่องสนุกๆผ่านเข้ามาอย่างแน่นอน

だから君よ 一人で苦しまないで
Dakara kimi yo Hitori de kurushimanai de
เพราะฉะนั้นเธอก็ไม่ต้องเจ็บปวดคนเดียวอีกแล้วนะ
 
 
อ๊ะๆ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ลงเพลงด้วยละกันคะ ^^
เพลงจะค่อนข้างเบากว่าเพลงปกติทั่วไป เวลาฟังต้องเร่งเสียงขึ้นมา
เอาไปฟังกันเล่นๆระหว่างรอซิ้งเกิ้ลตัวจริงออกวันที่ 15 นี้ค่า
 
Credit :: 马可可
 
 

Nekomata Vol.66 :: Life in Japan Day 2

posted on 11 Jan 2012 22:38 by aozora24308  in Life  directory Travel, Knowledge, Diary
เช้าวันที่สอง วันนี้ตื่นกันแต่เช้าเพื่อที่จะไปอาซะคุสะกัน
พอลงมาจากห้องพักก็เจอสิ่งที่คิดไว้ตอนเดินเข้ามาเช็คอิน ตรงข้ามโรงแรมที่เราพักมีไอ้นี้แหละ......

ใช่แล้ว มันคือสุสานของแท้ไม่ใช่สแตนอิน
เห็นป้ายขื่อยาวเลยกำแพงขึ้นมาถึงกับอะฮึม ตอนนั้นคิดในใจว่า ถ้าE.さんมาด้วยสงสัยงานจะเข้า 555
จากนั้นก็เดินไปหาอะไรทางกันรองท้อง เนื่องจากวันนี้เป็นวันที่สองและลมหนาวพัดแรงมา
ก็เลยคุยกับซิว(เพื่อนพี่กิ๊ก)ว่าจะไปหาอะไรอุ่นๆกินกัน สุดท้ายก็ตกลงปลงใจกันที่ร้านอุด้งแถวๆนั้น
มื้อแรกของวันนี้เป็นคิซึเนะอุด้งค่า ก่อนมาญีปุ่่นเห็นในการ์ตูนบ่อยๆเต้าหู้ที่จิ้งจอกชอบกิน
ก็เลยคิดมาตลอดว่ารสชาติจะเป็นยังไงน้า และวันนี้ก็ได้ชิมแล้วค่า
รสชาติผิดกับที่คิดไว้ว่ามันน่าจะเค็มๆหน่อย แต่มันกลับหวานแหละ กินไปก็เพลินดี
หลังจากที่อิมหมีพลีมันกันไปแ้ลว ก็มุ่งหน้าสู่อาสะคุสะกันค่าา
แต่ยังไม่ทันจะได้ไปไหน พอลงมาที่สถานีก็เจอหนุ่มคนนี้มายืนต้อนรับอีกแล้ว
เจอกันบ่อยแบบนี้สงสัยเราจะเป็นเนื้องอก เอ๊ย!! เนื้อคู่ซึ่งกันและกัน
หลังจากนั้นพอขึ้นรถไฟปุ๊ป ก็ปิดสวิชปั๊ป หลับเป็นตายกันทุกคนเลยค่าาา
พอฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกที ทุกคนในโบกี้ก็ลงไปกันหมดแล้วอะ พร้อมกับถึงปลายทาง สถานีอาสาคุสะ
และแล้วเราก็เดินทางมาถึงคามินาริมงอันเลื่องชื่อกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วจ้า
ก็จัดการชักภาพกันเป็นการใหญ่ พอมาถึงที่คามินาริมง นึกว่าอยู่ประเทศไทย ฮ่าๆ
บังเอิญมีทัวร์ไทยมาลงพอดี เลยได้ยินคนใหญ่คุยกันใหญ่เลย
หลังจากเดินผ่านคามินาริมงเข้ามาก็เจอกับร้านรวงต่างๆมากมาย ที่ตั้งดักเราไม่ให้เดินไปถึงตัววัดง่ายๆ
หนึ่งในร้านที่ตั้งอยู่มีร้านขายของแบบนี้ด้วยแหละคะ
ท่าทางของในร้านจะศักดิ์สิทธิ์เรื่องเงินทองน่าดูเลยทีเดียว
หลังจากที่เดินชมร้านซื้อของฝากเล้กๆน้อยๆไปเรื่อยๆ ที่ปลายทางก็มีร้านขายอาเกะมันจูชื่อดังอยู่
เห็นคนต่อแถวเลยแบบนี้พลาดไม่ได้ ต้องขอแจมด้วยคนค๊า 
อาเกะมันจูคือขนมมันจูที่นำไปชุกแป้งแล้วทอดกรอบๆค่า
ไส้ที่เราซื้อมาคือไส้ถั่วบดโรยงาธรรมดา 120 เยน กัดไปแล้วอร่อยดีปลื้มเจ้าค่าปลื้ม
ยิ่งทอดร้อนๆกรอบๆ กินตอนหนาวลมแรงแบบนี้กำลังดีเลย เห็นซิวซื้อรสชาเขียวมา
แต่โดยส่วนตัวไม่ชอบกินขนมที่ผสมชาเขียวอยู่เลยขอผ่านเจ้าคะ
หลังจากที่เข้าไปไหว้พระที่อาสะคุสะเสร็จแล้วก็เดินทางไปที่อาโอยามะกันต่อ
ระหว่างทางที่เดินกลับไปที่สถานที่ก็ผ่านร้านขายร่มร้านนึง น่าสนใจมว๊ากกกกกกกก
มันคือร่มที่ถ้าโดนน้ำแล้วจะมีลายออกมา   มีทั้งดอกซากุระ ลายจุด และตา่งๆอีกมากมาย น่ารักอะ
นี้ถ้าไม่ติดว่าต้องมีที่ไว้แบกของคอน ก็จะสอยมาใช้สักคัน เอิ๊กๆ
พอไปถึงอาโอยาม่าคนก็เดินกันไปหนอน สมเป็นแหล่งช๊อปของถูกจริงๆ ฮ่าๆๆ
ร้านที่สามารถเรียกเงินจากกระเป๋าเราไปได้ร้านแรกคือ ร้านขายช็อคโกแล็ตพันเยน
เป็นร้านที่จะยัดช็อคโกแล็ตมากมายลงมาในถุงจนเต็มม ช็อคโกแล็ตที่ได้มาก็ถือว่าเป็นของดีอยู่ค่า
แต่ที่น่าสงสารคือ ท๊อปอโลนที่ได้มามีเขียนไว้ตรงที่เปิดว่า "น้ำหนักสุทธิ 100 กรัม"
หลังจากนั้นก็เดินต่อไปเรื่อยๆจนท้องร้องกันแต่ละคน ฮ่าๆๆ ร้านที่เป็นเป้าหมายต่อไปก็คือ
ร้านซูชิเวียนจ้าาา
ทุกจาน 130 เยน ปลื้มเจ้าค่าปลื้ม ซูชิที่ได้มาก็คุณภาพเลย ไข่เป็นไข่ ปลาเป็นปลา
กินแล้วปลื้มมมมม ด้วยขนาดที่ใหญ่และเยอะของร้านนี้ กินไปประมาณแปดจานก็ยกธงขาวจ้า
หลังจากกินข้าวกันเสร็จพวกพี่ปอก็จะไปต่อกันที่โตเกียวทาวเวอร์
แต่ด้วยความที่เรานั้นมีเป้าหมายอยู่ที่อิเคะ ตอนนั้นก็ประมาณบ่ายสามโมงได้แล้ว
กลัวร้านอนิเมะที่อิเคะปิดเลยขอแยกตัวออกมาเดินอิเคะคนเดียว และนัดกันตอนหกโมงเย็น อิอิ
 
หลังจากที่มาถึงสถานีอิเคะบุคุโระเป็นที่เรียบร้อย เราก็เดินมาถามทางถนนซันไชน์
เพื่อที่จะหาทางไปร้าน Stella ตอนที่เดินอยู่นั้นก็เจอป้ายโฆษนาหนังไคบุทซึคุงที่อิเคะเทียเตอร์ด้วย
หลังจากที่ชักภาพเสร็จแล้วก็เดินหาร้านสเตล่าต่อ ปรากฏว่า...........
 
หาไม่เจอค่า เดินวนอยู่แถวตึกโตคิวแฮนส์กับตึกเซก้าอยู่พักใหญ่
สุดท้ายเลยต้องถามทางจากคนแถวนั้น แล้วก็ไปเจอคุณป้าใจดีสองท่าน ที่พาเราเดินหาจนเจอ
ขอบคุณ คุณป้ามากจริงๆคะ ไม่งั้นหนูคงหาร้ายไปเจอเป็นแน่แต๊
ร้านสเตล่าตั้งอยู่ที่ชั้นสาม ตอนแรกจะขึ้นลิฟท์ไป แต่ลิฟท์เต็มก็เลยเดินขึ้นเอาคะ
พอเดินขึ้นไปเจ้าร้านผิดด้วย ไปเข้าร้านขายการ์ตูนวายข้างๆ ก็ว่าทำไมสเตล่าแปลกไป
พอเดินวนรอบนึงออกมาถึงได้รู้ว่าผิดร้าน กร๊ากกกก
ที่หน้าร้านสเตล่ามีโปสอุตะพริ้นพร้อมลายเซนต์แปะอยู่อันเบอเริ่ม
พร้อมกับที่พื้นก็มีแปะโฆษนาของสุตาสุกะอาฟเตอร์วินเทอร์อยู่ด้วย
จริงๆข้างๆกันนี้ก็เป็นรูปชิกิคุงเกี่ยวพร้อมลายเซนต์ แต่ตอนที่กำลังจะถ่ายเหลือไปป้ายติดห้ามถ่ายรูป
ก็เลยต้องเก็บกล้องทันที ฮ่าาาา (ความสำนึกผิดมันพุ่งขึ้นมาทันที)
ในร้านก็มีของโอโตเมทขายเยอะแยะมากมาย โปสเตอร์พร้อมลายเซ็นของอุตะพริ้นและสุตาสุกะก็มีอยู่เยอะ
ที่สำคัญมีโดของอุตะพริ้นเยอะแยะเลย คิดว่าถ้า M.さんมาด้วยกัน ต้องมีตายกันไปข้าง กร๊ากก
หลังจากทำธุระที่สเตล่าเสร็จแล้วก็มุ่งหน้าต่อไปยังเป้าหมายหลัก โอโตเมะโร้ด จ้า
ตัดสินใจว่าจะไล่เดินมากมังดาราเกะขึ้นมา ระหว่างทางก้เดินผ่านร้านอนิเมทที่ดูดเงินเราไป กร๊าก
หลังจากนั้นเดินผ่านอนิเมทมาไม่ไกลก็เจอมังดาราเกะแล้วจ้า
มังดาราเกะคราวนี้หาเจอได้ไม่ยาก เนื่องจากป้ายที่แปะอยู่หน้าร้านคือป้ายโฆษนาสลากของสุตาสุกะนั่นเอง
ตอนแรกว่าจะเข้าไปซื้อดราม่าซีดีในมังดาราเกะ แต่ขนะที่กำลังจะเดินไปจ่ายเงิน
ตาก็ดันหันไปเห็นเซอร์เคิลโดจินของอาราชิพอดี การ์ตงการ์ตูนเป็นอันต้องพับเก็บ
ไปยินเลือกโดโชจุนแทน แอร๊ยยยยยยยยยยยยยย
หลังจากที่ยืนเลือกอยู่พักใหญ่ก็จต้องเดินออกจากโซนเพื่อไปจายเงินสักที ฮ่าๆๆ
และแล้วมังดาราเกะก็สูบเงินออกจากกระเป๋าเราไปได้เกือบ 6 พันเยน
จากนั้นก็เดินตัวเบากระเป๋าเบาอกมาจากมังดาราเกะ พอเดินออกมาก็ตกใจเพระาฟ้ามืดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ก็รีบเดินไปที่ตึกซันไชน์เพื่อหาโทรศัพท์โทรหาพี่ปอ หลังจากรออยู่สักพัก เราก็ได้มาเจอกัน โอ้วเย
หลังจากที่เจอกัน ต่างคนก็ต่างหิวโซ แต่ซิวอยากลองกินชาไข่มุกแถมที่ร้านชาไข่มุกก็มเครปขายก็เลยไปซื้อกัน
เครปแรกที่ญี่ปุ่น อิอิ จริงๆแล้วเป็นคนไม่ค่อยกินสตอเบอร์รี่เท่าไหร่ แต่มันเป็นของขึ้นชื่อญีปุ่นจะพลาดได้ไงล๊า
หลังจากซื้อเครปเสร็จพี่ปอนั้นต้องไปเอาของจากเพื่อนพี่ปอก่อน
ก็เลยแยกย้ายกันตรงนี้แล้วไปเจอกันที๋โรงแรมแทน ส่วนเราสามคนก็ไปหาข้าวเ็ย็นกินกันที่ร้านมัตซึยะ
กินเสร็จก็ดิ่งกลับห้องโล้ดจ้าาา กลับไปถึงก็ขอแช่เท้าก่อนเลย เพระาเมื่อยไม่ไหวอย่างแรง
อยากจะตัดแล้วเปลี่ยนท่อนล่างใหม่ 5555 พักนึงพี่ปอก็กลับมา
แล้วก็เตรียมเก็บกระเป๋าสำหรับการเดินทางวันพรุ่งนี้จ้าาา
 

Nekomata Vol.65 :: Life in Japan Day 1

posted on 09 Jan 2012 20:44 by aozora24308  in Life  directory Travel, Knowledge, Diary
เมื่อวันหยุดยาวช่วงปีใหม่ไปญีปุ่่นมาคะ
จริงๆแล้วมีภารกิจที่ทำให้ต้องไปหลังปีใหม่ แต่ไหนก็จะหยุดปีใหม่แล้ว
ก็เลยตัดสินใจบินก่อนปีใหม่มันซะเลย
 
เครื่องออกตอนตี 2 ของวันที่ 28 ก็เลยต้องไปนอนตีพุงตุ้งแช่อยู่ที่หอของ K.さん ก่อน
หลังจากนั้นสองศรีพี่น้องก็บึ่งออกจากหอ K.さん ไปขึ้นแอร์พอร์ทลิงค์ตอนเวลาสามทุ่มกว่าๆ
จริงๆแล้วทริปนี้ไปทั้งหมดสามคนคะ แต่อีกคนบินไปก่อนวันนึงเพราะต้องไปอีเวนทืสำคัญของไดอิจิ อิอิ
แอร์พอร์ทลิงค์ตอนสามทุ่มนี้ไร้ซึ่งผู้คนโดยสิ้นเชิง 555
 
พอไปถึงสนามก็รีบเดินเข้าไปที่เคาท์เตอร์ แต่พอเดินไปถึงปรากฏว่า เครื่องดีเลย์
อัยย๊ะ ยังไม่ทันจะได้ไปไหน เครื่องก็ดีเลย์ซะแล้ว เวรกรรมจริงๆ
หลังจากที่หลับรอเวลาขึ้นเครื่อง(ตอนตีสองกว่าๆ) แอร์ก็เดินนำอาหารมาเสิร์ฟ
แม้มันจะตีสองกว่าแล้วแต่น้องก็บ่ยั้นคร๊า กร๊ากกกกกกก
อาหารมื้อนี้อร่อยดี ปลื้มอยู่ อิอิ จริงๆแล้วสั่งออมเล็ตไป
แต่สงสัยเค้าฟังผิดเลยให้ไอ้นี้มา แต่อร่อยเลยให้อภัย ฮาาา
ขนมหวานน่าจะเป็นขนมกะทิสาคูบ้านเรา แต่เอาไปแช่เย็นหรืออะไรสักอย่างให้มันเป็นรูปแบบนั้น
โดยส่วนตัว ชอบสาคูใส่น้ำกะทิที่กินกันในบ้านเรามากกว่า อะหงึกอะหงึก
แต่ครัวซองค์ทาแยมสตอเบอร์รี่อร่อยสุดย๊อดดด
หลังจากกินเสร็จก็ปิดสวิชนอนทั้นทีเลย เข้าคอนเซ็ปกินแล้วนอนพักผ่อนกายามากๆ 55
ตื่นมาอีกทีก็อยู่เหนือท้องฟ้าของเซี้ยงไฮแล้วค่า
หลังจากที่เครื่องลงจอดก็ต้องรีบบึ่งไปที่ตม. ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเรามาทรานเฟอร์แต๊ๆ
แต่ทำไมต้องให้ตอกตม.ออกไปแล้วก็ไปเดินกลับเข้าตม.ใหม่
ระหว่างทางทีเ่ดินกลับไปเข้าตม.ก็เจอต้นคริสมาสที่จัดไว้ที่สนามบิน
เห็นแล้วน่าร๊ากกกกกมากจนอดใจไม่ไห ต้องชักภาพกลับมาสักหน่อย
จะเข้าไปถ่ายคู่ก็เกรงใจคนจีนที่นั่งกินข้าวอยู่ด้านหลัง ฮ่าๆๆๆ
หลังจากที่ตรวจร่างกายผ่านตม.เสร็จแล้ว พอเดินไปถึงเก็ทเค้าก็เปิดให้ขึ้นเครื่องพอดี
ในเครื่องเริ่มได้กลิ่นอายญีปุ่่นแล้ว เพราะคนขึ้นมาเป็นคนญีปุ่่นซะส่วนใหญ่ อ๊า....ปลื้ม
เครื่องบินที่นั่งไปญีปุ่่นก็ใหญ่กว่าตอนที่นั่งมาเซี้ยงไฮอีก เป็นปลื้ม อิอิ
แต่เสียอย่างเดียว อาหารบนเครื่องมัน.............ไม่อร่อยอะ
ปกติเป็นคนกินอาหารบนเครื่องหมด แต่อันนี้กินไม่ไหวจริงๆ ถึงกับต้องยกให้พี่ไป อะฮือ
พอกินเสร็จก็ปิดสวิชอีกรอบ เซฟพลังงานกันสุดๆ ฮ่าๆๆๆ แต่รอบนี้นอนได้ไม่นานเท่าไหร่
เพราะบินจากเซี้ยงไฮไปนาริตะใช่เวลาประมษณสองชม.กว่าๆเอง
หลังจากนั้นไม่นานเครื่องก็แลนด์ดิ้งสู่นาริตะเป็นที่เรียบร้อยและปลอดภัยเจ้าค่าา
พอเดินลงไปที่สถานีรถไฟ ก็เจอหนุ่มคนนี้ออกมาต้อนรับเป็นคนแรกเลย อะฮิ
พอลงไปถึงสถานี ก็ไปซื้อ Suica Card มาไว้ใช้กับรถไฟสายเจอาร์ในโตเกียว
จะได้ไม่ต้องไปต่อแถวซื้อตั๋วบ่อยๆ บัตรนี้สามารถแลกคืนได้เป็นเงินห้าร้อยเยน
แต่มันมีข้อเสียอย่างนึงคือ ซื้อที่ไหนต้องคืนที่นั่น.....ซื้อที่โตเกียวต้องคืนที่โตเกียว คืนที่โอซาก้าไม่ไ่ด้ TT
จากนั้นก็นั่งรถไฟจากนาริตะไปที่โยโกฮาม่า เพราะนัดพี่กิ๊กเอาไว้พี่นั่น แล้วก็พี่ปอนัดเพื่อนๆไว้อีกด้วย
พอไปถึงโยโกฮาม่าก็เริ่มเย็นแล้ว อากาศที่หนาวอยู่แล้วก็ยิ่งหนาวขึ้นไปอีก 
บวกกับลมที่พัดกระหน่ำมาอย่างรุนแรง หน้านี้ชาเหมือนโดนคนตบเลย ฮ่าา
หลังจากที่เจอกับพี่กิ๊กและเพื่อนพี่กิ๊กแล้ว ก็รอเวลาที่อาจารย์กับเพื่อนของพี่ปอเลิกงาน
เฮาๆทั้งสี่ก็เลยไปเดินแอ่วแถวไชน่าทาว์นกันก่อน
พอมาถึงที่ไชน่าทาว์น ก็พบกับร้านขายนิคุมังและเกาลัดมากมาย แต่ที่เด่นกว่านั้นคือ
ร้านนิคุมังทุกร้าน ฉายรายการทีวีที่โอซามุมาทำรายการที่นี้!!!
ฉายจนไม่รู้ว่าตกลงโอซามุมากินร้านไหน เพราะทุกร้านดันเปิดรายการเดียวกันหมด 5555
แต่นิคุมังของที่นี้ทั้งถูกแล้วก็อร่อยสมคำร่ำลือ ลูกก็ใหญ่แต่ 500 เยนเอง
อยากจะซื้อไปกินอีกหลายลูก แต่ติดที่ว่าเดี๋ยวต้องไปกินข้าวกันอยู่ดี
ลาก่อนนะนิคุมังจ๋า แล้วชั้นจะมากินเธอใหม่~~~
หลังจากที่เดินไซน่าทวาน์กันเสร็จแล้ว ก็เคลื่อนย้ายกันกลับไปที่สถานีโยโกฮาม่า
พอไปถึงก้โดนอาจารย์ของพี่ปอทักผิดว่าเป็นพี่ปอ 55 เค้าบอกว่าเหมือนกันม๊ากกกกกก
(อะไรเราออกจะน่ารักก่า ชริ // สะบัดบ๊อบ)
ก็ว่าตอนเดินออกมาจากสถานีมีใคกร็ไม่รู้มาทัก พอหันกลับไปก็ทำหน้างงใส่กัน กร๊ากกก
หลังจากที่พบปะกับเซนเซย์เสร็จแล้ว ทั้งหมดก็อพยพย้ายถิ่นกันไปกินโอโคโนะมิยากิกัน
ไม่กล้าถ่ายรูปตอนทำมา เพราะว่าไม่ได้ทำกันนาน ฝีมือเลยตกลงไป(เยอะ)
นั่งกินไปสักพักก็มีกลุ่มนร.ชายมานั่งที่โต๊ะข้างๆ
ไอ้คนทำนี้สงสัยเป็นลูกเจ้าของร้านโอโคโนะ ทำให้กลมแต่ดูดีอย่างกับมือโปร
พอหันมาดูโต๊ะตัวเอง.......รีบกำจัดหลักฐานด่วนค่า รอก่อนนะ ไว้จะกลับมาแก้มือทีหลัง 55
หลังจากที่กินเสร็จทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไป พวกเราสี่คนก็เดินไปขึ้นเจอาร์ที่สถานีชิโอโดเมะ(ใช่มะ)
เพื่อที่จะนั่งกลับไปเอากระเป๋า และกลับไปเช็คอินโรงแรมที่ชินจุกุกัน
และแล้ววันแรกก็หมดไปแล้วเจอกันใหม่เอนทรี่หน้าค่า